"หากเอ่ยถึงช้างเผือกคู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ทุกท่านคงนึกออก แต่จะมีสักกี่คนที่จะทราบถึงประวัติช้างเผือกคู่พระบารมีเชือกแรกของรัชกาลที่ 9..."
ช้างเผือกเป็นพระราชพาหนะคู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีฐานะเทียบชั้นเจ้าฟ้า
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2499 รัชกาลปัจจุบันได้ข่าวว่าพบช้างเผือกเป็นครั้งแรก เป็นพลายเผือกโท ลูกเถื่อน มีมงคลลักษณะเป็นสีประหลาดเข้าคอกนายแปลก ฟุ้งเฟื่อง ที่ตำบลลำทับ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
พระยาเศวตอดุลยเดชพาหลฯ มีลักษณะตรงตามคชลักษณ์ อยู่ในตระกูลพรหมพงศ์ จำพวก อิฐทิศ ชื่อกมุท สีกายดังดอกโกมุท เสียงกรนขณะหลับสนิทเป็นมงคล ประทำทิศหรดี สมควรเป็นช้างคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
สำหรับพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ เป็นช้างพลายเผือกโท เกิดในป่าเขตจังหวัดกระบี่ เมื่อปี 2494 ถูกคล้องได้ที่ บ้านหนองจูด ตำบลดินอุดม อำเภอลำทับ เมื่อปี 2499 โดยนายแปลก ฟุ้งเฟื่อง และนายปลื้ม สุทธิเกิด(หมอเฒ่า) เป็นลูกช้างติดแม่อยู่ในโขลงช้างป่า พร้อมกับช้างอื่นๆ อีก 5 เชือกคือ พังสาคร พลายทอง พังเพียร พังวิไล และพังน้อย โดยในตอนนั้น พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ได้ชื่อว่า "พลายแก้ว" มีความสูง 1.60 เมตร เมื่อพระราชวังเมือง (ปุ้ย คชาชีวะ)ได้ตรวจสอบคชลักษณ์ แล้วพบว่าเป็นช้างสำคัญ จึงนำมาเลี้ยงไว้ที่สวนสัตว์ดุสิต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2500
พระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ เติบโตขึ้นโดยการดูแลขององค์การสวนสัตว์ ที่สวนสัตว์ดุสิต และมีอาการดุร้ายมากขึ้น จนควาญช้างควบคุมไม่ได้ จึงต้องจับยืนมัดขาทั้งสี่ไว้กับเสา จนกระทั่ง สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนารถ มีพระราชเสาวณีย์ โปรดเกล้าฯให้นำพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ เข้าไปยืนโรงในโรงช้างต้น ภายในพระราชวังสวนจิตรลดา เมื่อ พ.ศ. 2519
การนำพระเศวตอดุลยเดชพาหนฯ ไปยังโรงในโรงช้างต้น พระราชวังสวนจิตรลดา ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้บันทึกคอลัมน์ ข้าวไกลนา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2519 ไว้ว่า
"ในขณะที่นำคุณพระจากสวนสัตว์ดุสิตไปยังสวนจิตรลดา ซึ่งเพียงแต่มีถนนคั่นอยู่สายเดียวนั้น คุณพระก็อาละวาดอย่างหนัก ไม่ยอมออกเดิน เอางวงยึดต้นไม้จนต้นไม้ล้ม จนแทบจะหมดปัญญาเจ้าหน้าที่ กว่าจะนำคุณพระจากเขาดินไปถึงประตูสวนจิตรลดา ซึ่งมองเห็นกันแค่นั้น ก็กินเวลาหลายชั่วโมง ต้องใช้คนเป็นจำนวนมากถือปลายเชือกที่ผูกไว้กับขาคุณพระทั้งสี่ขา คอยลากคอยดึง และดูเหมือนจะต้องใช้รถแทรกเตอร์เข้าช่วยขนาบข้าง เสี่ยงอันตรายกันมากอยู่ แต่ในที่สุดก็นำคุณพระไปยังประตูพระราชวังได้พอได้ก้าวเท้าเข้าไปในบริเวณพระราชวัง คุณพระก็เปลี่ยนไปทันที จากความดุร้ายก็กลายเป็นความสงบเสงี่ยม เดินอย่างเรียบร้อยไปสู่โรงช้างต้น และเข้าอยู่อย่างสงบเรื่อยมา"
คุณพระแห่งจังหวัดกระบี่ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณราชทานนามเต็มว่า
พระเศวตอดุยเดชพาหน ภูมิพลนวมนาถบารมี
ทุตยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิสุทธิวงศ์
สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฏรสวัสดิประสิทธิ
รัตนกุญชรานิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรบพิตรสารศักดิเลิศฟ้า
ณ โรงช้างต้น พระราชวังไกลกังวล
คุณพระลงเล่นน้ำทะเลที่หัวหินทุกเย็น
ช้างเผือกจะนับเป็นช้าง ช้างบ้านจะนับเป็นเชือก ช้างป่าจะนับเป็นตัว ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ตลอดเวลากว่า 60 ปีที่ครองราชย์ ช้างเผือกแรกที่มาสู่พระบารมีคือ พระเศวตอดุลยเดชพาหลฯ
ขอบขอบคุณข้อมูลจาก http://www.krabiall.com/stories/krabi-stories5.php
http://fwmail.teenee.com/cute/16896.html
ขอบคุณครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น